📣เจ้าของร้าน Pet Shop ที่เป็น บุคคลธรรมดา ฟังทางนี้! ภาษีร้านคุณมีจุดที่ต้องระวังแค่ 2 เรื่องหลัก ๆ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ 😊
1️⃣ ภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.) 💰
คุณต้องยื่นภาษีจากกำไรที่ได้จากการขายสินค้าทุกปี โดยเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ :
◾️หักตามจริง > ร้านที่เก็บ บิลค่าใช้จ่าย (ค่าของ, ค่าเช่า, ค่าจ้าง) ได้ครบถ้วนและมีต้นทุนสูง > ต้องเก็บหลักฐานทุกใบ!
◾️หักเหมา 60% > ร้านที่ ไม่สะดวกเก็บเอกสาร หรือมีค่าใช้จ่ายไม่มากหักเหมา 60% จากรายได้ทั้งหมดได้เลย > ไม่ต้องมีบิลยืนยัน
🗓️ กำหนดเดดไลน์ห้ามลืม :
◾️ครึ่งปี: ภ.ง.ด. 94 ➡️ ภายใน เดือนกันยายน
◾️สิ้นปี: ภ.ง.ด. 90 ➡️ ภายใน เดือนมีนาคม ของปีถัดไป
2️⃣ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ⚠️ แยกให้ชัด!
นี่คือเรื่องสำคัญที่สุด เพราะสินค้าในร้านคุณมี 2 กลุ่มที่เงื่อนไขต่างกันโดยสิ้นเชิง :
◾️อาหารสัตว์ (อาหารหมา, แมว, ปลา, ฯลฯ) > ✅ ได้รับยกเว้น!รายได้ส่วนนี้ > ไม่ต้องจด VAT แม้จะเกิน 1.8 ล้านบาท
◾️อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง (ปลอกคอ, กรง, ของเล่น, เสื้อผ้า) > ❌ ต้องเสีย VAT!หากรายได้จาก อุปกรณ์ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี > ต้องจดทะเบียน VAT (ภ.พ.01) และยื่น ภ.พ. 30
🎯 ทริคสำคัญ : ถ้าคุณขายทั้งสองอย่าง ให้โฟกัสแค่ยอดขาย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ถ้ามันทะลุ 1.8 ล้านบาทเมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณที่ต้องจด VAT ค่ะ!
📌 จำง่าย ๆ : อาหารสัตว์ ได้รับการยกเว้น! ส่วน อุปกรณ์ ต้องระวังเรื่อง 1.8 ล้านบาท ถ้าเคลียร์ 2 เรื่องนี้ได้ ร้านคุณก็ดำเนินธุรกิจได้อย่างสบายใจค่ะ! 😊
💬 สนใจบริการหรือมีคำถามเพิ่มเติม?
📥กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม หน้า "ติดต่อเรา"
เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ
💻 Facebook : วิสัยทัศน์ การบัญชี
📞 โทร : 081-184-9663
📲 Line : wisaitadacc